ความสำคัญของนมแม่ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือการให้ความรัก การให้นมลูก

บทความล่าสุด

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แสดงบทความทั้งหมด
การเตรียมที่นอน  หมอน มุ้ง ผ้าห่ม ให้กับเด็กแรกเกิด

ที่นอนเด็ก การเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

ที่นอนสำหรับเด็กไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่ เป็นของที่คุณพ่อคุณแม่ใช้อยู่ก็ได้ แต่ที่นอนไม่ควรนุ่มเกินไปเพราะอาจมีอันตราย โดยเฉพาะเวลาเด็กนอนคว่ำ ที่นอนซึ่งนุ่มบุ๋มลงไปอาจปิดจมูกทำให้เด็กหายใจไม่ออกถึงแก่ชีวิตได้ คุณจะใช้ที่นอนผ้ายัดนุ่น หรือที่นอนฟองน้ำหุ้มด้วยพลาสติกก็ได้ ถ้าใช้ที่นอนผ้า ควรมีพลาสติกปูกันเปียก แล้วปูผ้าทับอีกทีหนึ่ง ถ้าใช้ที่นอนพลาสติก ควรมีผ้าปูที่นอนปูทับ เพื่อดูดซับเหงื่อของเด็ก มิฉะนั้นอาจะเป็นผดผื่นคันได้

หมอนเด็กไม่ใช่ของจำเป็น เด็กไม่ต้องนอนหมอนก็ได้ โดยเฉพาะถ้าคุณให้ลูกนอนคว่ำ ก็ไม่ต้องใช้หมอน ถ้าอยากให้ลูกนอนหมอน หมอนเด็กควรจะแบนและไม่นุ่มเกินไป และต้องวักได้ เพราะเด็กมักแหวะนมลงบนหมอน ที่จริงถ้าคุณใช้ผ้าชนหนูพับเป็นหมอนให้ลูกก็จะประหยัดและทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

มุ้ง มีทั้งประเภทมุ้งครอบและมุ้งคลุมเตียง คุณแม่จะเลือกใช้อย่างไหนก็แล้วแต่สะดวก ควรเลือกมุ้งที่โปร่งและขนาดใหญ่ เด็กจะได้ไม่ร้อนและควรทำความสะอาดบ่อย ๆ ด้วย

ผ้าห่ม โดยทั่วไปเด็กมักจะขี้ร้อนกว่าผู้ใหญ่ นอกจากเขตที่มีอากาศหนาวเย็นทางภาคเหนือและอีสานแล้ว ผ้าห่มสำลีเกือบไม่จำเป็นสำหรับเด็กเลย สำหรับเขตที่อากาศไม่หนาว ใช้ผ้าขนหนูแทนจะดีกว่า เพราะช่วยดูดซับเหงื่อและทำความสะอาดได้

ผ้าห่มเด็กมักเปียกบ่อย ๆ คุณแม่ควรมีผ้าขนหนูไว้หลาย ๆ ผืน และเอาไว้ใช้ได้หลายอย่าง ทำผ้าเช็ดตัวก็ได้ พับเป็นหมอนก็ได้ พับเป็นผ้ากั้นรอบ ๆ เตียงก็ได้ และเวลาอากาศร้อนมาก ใช้เป็นผ้าปูที่นอนจะช่วยดูดซับเหงื่อได้ดีกว่าผ้าชนิดอื่น





 ไปหน้าแรก  การดูแลเด็ก
แม่และเด็ก

การเลือกและเตรียมที่นอนให้กับเด็กแรกเกิด

rutchapong  |  at   00:36

การเตรียมที่นอน  หมอน มุ้ง ผ้าห่ม ให้กับเด็กแรกเกิด

ที่นอนเด็ก การเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

ที่นอนสำหรับเด็กไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่ เป็นของที่คุณพ่อคุณแม่ใช้อยู่ก็ได้ แต่ที่นอนไม่ควรนุ่มเกินไปเพราะอาจมีอันตราย โดยเฉพาะเวลาเด็กนอนคว่ำ ที่นอนซึ่งนุ่มบุ๋มลงไปอาจปิดจมูกทำให้เด็กหายใจไม่ออกถึงแก่ชีวิตได้ คุณจะใช้ที่นอนผ้ายัดนุ่น หรือที่นอนฟองน้ำหุ้มด้วยพลาสติกก็ได้ ถ้าใช้ที่นอนผ้า ควรมีพลาสติกปูกันเปียก แล้วปูผ้าทับอีกทีหนึ่ง ถ้าใช้ที่นอนพลาสติก ควรมีผ้าปูที่นอนปูทับ เพื่อดูดซับเหงื่อของเด็ก มิฉะนั้นอาจะเป็นผดผื่นคันได้

หมอนเด็กไม่ใช่ของจำเป็น เด็กไม่ต้องนอนหมอนก็ได้ โดยเฉพาะถ้าคุณให้ลูกนอนคว่ำ ก็ไม่ต้องใช้หมอน ถ้าอยากให้ลูกนอนหมอน หมอนเด็กควรจะแบนและไม่นุ่มเกินไป และต้องวักได้ เพราะเด็กมักแหวะนมลงบนหมอน ที่จริงถ้าคุณใช้ผ้าชนหนูพับเป็นหมอนให้ลูกก็จะประหยัดและทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

มุ้ง มีทั้งประเภทมุ้งครอบและมุ้งคลุมเตียง คุณแม่จะเลือกใช้อย่างไหนก็แล้วแต่สะดวก ควรเลือกมุ้งที่โปร่งและขนาดใหญ่ เด็กจะได้ไม่ร้อนและควรทำความสะอาดบ่อย ๆ ด้วย

ผ้าห่ม โดยทั่วไปเด็กมักจะขี้ร้อนกว่าผู้ใหญ่ นอกจากเขตที่มีอากาศหนาวเย็นทางภาคเหนือและอีสานแล้ว ผ้าห่มสำลีเกือบไม่จำเป็นสำหรับเด็กเลย สำหรับเขตที่อากาศไม่หนาว ใช้ผ้าขนหนูแทนจะดีกว่า เพราะช่วยดูดซับเหงื่อและทำความสะอาดได้

ผ้าห่มเด็กมักเปียกบ่อย ๆ คุณแม่ควรมีผ้าขนหนูไว้หลาย ๆ ผืน และเอาไว้ใช้ได้หลายอย่าง ทำผ้าเช็ดตัวก็ได้ พับเป็นหมอนก็ได้ พับเป็นผ้ากั้นรอบ ๆ เตียงก็ได้ และเวลาอากาศร้อนมาก ใช้เป็นผ้าปูที่นอนจะช่วยดูดซับเหงื่อได้ดีกว่าผ้าชนิดอื่น





 ไปหน้าแรก  การดูแลเด็ก



ตามปกติอาการตัวเหลืองของเด็กแรกเกิดมักปรากฏในวันที่ 3-4 และจะหายไปในหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร อาการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานของตับซึ่งมีหน้าที่ขับสารซึ่งทำให้เกิดตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดนั้น ยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่มีบางรายที่เด็กมีอาการตัวเหลืองภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด สังเกตได้ที่ผิวหนังบริเวณหน้า ตามตัวและที่ตาขาว เป็นต้น แลดูเหมือนเด็กทาขมิ้น ถ้าเด็กมีอากรตัวเหลืองอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจเกิดเนื่องจากเม็ดเลือดแดงในตัวเด็กแตกทำลายเร็วกว่าปกติ เป็นผลมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยก็คือ กรุ๊ปเลือดของแม่กับกรุ๊ปเลือดของลูกเข้ากันไม่ได้

นอกจากเรื่องเลือดแล้ว อาการตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดอาจเกิดจากโรคติดเชื้อของพวกแบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิบางอย่างก็ได้

อย่างไรก็ตาม อาการตัวเหลืองอย่างรวดเร็วในเด็กแรกเกิดแสดงว่าผิดปกติ คุณแม่ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะบางรายตัวเหลืองมาก ต้องได้รับการเปลี่ยนเลือด มิฉะนั้นอาจจะถึงแก่ชีวิต หรืออาจเกิดสมองพิการในรายที่รอดชีวิตมาได้ เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรนิ่งนอนใจ


แม่และเด็ก

สาเหตุอาการตัวเหลืองของเด็กแรกเกิด

rutchapong  |  at   00:33



ตามปกติอาการตัวเหลืองของเด็กแรกเกิดมักปรากฏในวันที่ 3-4 และจะหายไปในหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร อาการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานของตับซึ่งมีหน้าที่ขับสารซึ่งทำให้เกิดตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดนั้น ยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่มีบางรายที่เด็กมีอาการตัวเหลืองภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด สังเกตได้ที่ผิวหนังบริเวณหน้า ตามตัวและที่ตาขาว เป็นต้น แลดูเหมือนเด็กทาขมิ้น ถ้าเด็กมีอากรตัวเหลืองอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจเกิดเนื่องจากเม็ดเลือดแดงในตัวเด็กแตกทำลายเร็วกว่าปกติ เป็นผลมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยก็คือ กรุ๊ปเลือดของแม่กับกรุ๊ปเลือดของลูกเข้ากันไม่ได้

นอกจากเรื่องเลือดแล้ว อาการตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดอาจเกิดจากโรคติดเชื้อของพวกแบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิบางอย่างก็ได้

อย่างไรก็ตาม อาการตัวเหลืองอย่างรวดเร็วในเด็กแรกเกิดแสดงว่าผิดปกติ คุณแม่ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะบางรายตัวเหลืองมาก ต้องได้รับการเปลี่ยนเลือด มิฉะนั้นอาจจะถึงแก่ชีวิต หรืออาจเกิดสมองพิการในรายที่รอดชีวิตมาได้ เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรนิ่งนอนใจ




มีก้อนนูนที่หัว


เด็กบางคนอาจมีก้อนนูนที่กลางหัว ค่อนไปทางซ้ายหรือขวาเล็กน้อย เมื่อกดก้อนดูจะรู้สึกนิ่ม เด็กไม่ร้องเมื่อถูกกด ดูท่าทางไม่รู้สึกเจ็บ รอดู 2-3 วัน ก็หายไป เมื่อถามหมอ หมอก็บอกว่าก้อนนูนนี้คือก้อนเลือดที่ใต้หนังศีรษะ ทิ้งไว้แล้วจะหายไปเอง ก้อนนูนที่หัวนี้เกิดขึ้นตอนคลอดเมื่อหัวผ่านช่องคลอด กะโหลกศีรษะถูกบีบจนซ้อนกันทำให้มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มกระดูก แต่จะไม่มีการตกเลือด และก้อนนูนนี้จะค่อย ๆ หายไปเอง ปกติจะหายภายใน 1-2 เดือน 

แม่และเด็ก

ลักษณะเด็กแรกเกิดมีก้อนนูนที่หัว

rutchapong  |  at   00:22



มีก้อนนูนที่หัว


เด็กบางคนอาจมีก้อนนูนที่กลางหัว ค่อนไปทางซ้ายหรือขวาเล็กน้อย เมื่อกดก้อนดูจะรู้สึกนิ่ม เด็กไม่ร้องเมื่อถูกกด ดูท่าทางไม่รู้สึกเจ็บ รอดู 2-3 วัน ก็หายไป เมื่อถามหมอ หมอก็บอกว่าก้อนนูนนี้คือก้อนเลือดที่ใต้หนังศีรษะ ทิ้งไว้แล้วจะหายไปเอง ก้อนนูนที่หัวนี้เกิดขึ้นตอนคลอดเมื่อหัวผ่านช่องคลอด กะโหลกศีรษะถูกบีบจนซ้อนกันทำให้มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มกระดูก แต่จะไม่มีการตกเลือด และก้อนนูนนี้จะค่อย ๆ หายไปเอง ปกติจะหายภายใน 1-2 เดือน 



สมัยก่อนการตรวจพบลูกแฝดนั้นทำได้ไม่ง่ายนัก แม้แต่หมอสูติฯ ที่ชำนาญ บางครั้งกว่าจะรู้ว่าเป็นลูกแฝดก็ต่อเมื่อคลอดคนแรกออกมาแล้ว พ่อแม่ลูกแฝดจึงมักไม่รู้ตัวล่งหน้าว่าจะได้ลูกแฝด ทำให้ตระเตรียมอะไรไม่ค่อยทัน มีบางคนถึงกับแยกลูกออก เอาไปให้คนอื่นช่วยเลี้ยงเสียคนหนึ่ง

ปัจจุบัน วิทยาการทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก คุณแม่สามารถจะทราบได้ว่าทารกในครรภ์เป็นแฝดหรือไม่ โดยการตรวจด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า อัลตราซาวนด์ เมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน

จริงอยู่ที่ว่าการเลี้ยงลูกแฝดนั้นยากลำบากกว่าการเลี้ยงลูกคนเดียว โดยเฉพาะในระยะแรก ๆ ซึ่งคุณแม่ยังไม่คุ้นเคย แต่การเลี้ยงลูกแฝดก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงคุณแม่นัก แม้แต่คุณแม่ที่ไม่มีเด็กรับใช้คอยช่วยทำงานบ้าน ถ้าคุณจัดระบบงานบ้านให้ดี ก็สามารถเลี้ยงลูกทีเดียวสองคนได้

เลี้ยงลูกแฝด

ลักษณะและแนะนำคุณแม่เลี้ยงลูกแฝด

rutchapong  |  at   00:19



สมัยก่อนการตรวจพบลูกแฝดนั้นทำได้ไม่ง่ายนัก แม้แต่หมอสูติฯ ที่ชำนาญ บางครั้งกว่าจะรู้ว่าเป็นลูกแฝดก็ต่อเมื่อคลอดคนแรกออกมาแล้ว พ่อแม่ลูกแฝดจึงมักไม่รู้ตัวล่งหน้าว่าจะได้ลูกแฝด ทำให้ตระเตรียมอะไรไม่ค่อยทัน มีบางคนถึงกับแยกลูกออก เอาไปให้คนอื่นช่วยเลี้ยงเสียคนหนึ่ง

ปัจจุบัน วิทยาการทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก คุณแม่สามารถจะทราบได้ว่าทารกในครรภ์เป็นแฝดหรือไม่ โดยการตรวจด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า อัลตราซาวนด์ เมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน

จริงอยู่ที่ว่าการเลี้ยงลูกแฝดนั้นยากลำบากกว่าการเลี้ยงลูกคนเดียว โดยเฉพาะในระยะแรก ๆ ซึ่งคุณแม่ยังไม่คุ้นเคย แต่การเลี้ยงลูกแฝดก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงคุณแม่นัก แม้แต่คุณแม่ที่ไม่มีเด็กรับใช้คอยช่วยทำงานบ้าน ถ้าคุณจัดระบบงานบ้านให้ดี ก็สามารถเลี้ยงลูกทีเดียวสองคนได้

การให้นมลูก คือการให้ความรัก

“การเลี้ยงลูก” ไม่ใช่ “การให้อาหาร” แต่อย่างเดียว คุณต้องให้ความรักด้วย เวลาให้นมลูก ควรคิดว่าคุณกำลังให้ “ความรัก” ไม่ใช่กำลัง “ให้อาหาร” น่าเสียดายที่ตามโรงพยาบาลมักจะเลี้ยงเด็กแบบ “ให้อาหาร” เพื่อเพิ่มน้ำหนักมากกว่าอย่างอื่น ถ้าไปดูห้องเด็กตามโรงพยาบาลบางแห่ง คุณจะเห็นเด็กนอนเรียงกันเป็นแถว หน้าตะแคงข้างดูดนมจากขวดซึ่งใช้หมอนหรือผ้าหนุนอีกทีหนึ่ง นาน ๆ พยาบาลก็จะเดินเข้ามาดูเสียทีหนึ่ง

แม่และเด็ก

การให้นมลูก คือการให้ความรัก

rutchapong  |  at   22:53

การให้นมลูก คือการให้ความรัก

“การเลี้ยงลูก” ไม่ใช่ “การให้อาหาร” แต่อย่างเดียว คุณต้องให้ความรักด้วย เวลาให้นมลูก ควรคิดว่าคุณกำลังให้ “ความรัก” ไม่ใช่กำลัง “ให้อาหาร” น่าเสียดายที่ตามโรงพยาบาลมักจะเลี้ยงเด็กแบบ “ให้อาหาร” เพื่อเพิ่มน้ำหนักมากกว่าอย่างอื่น ถ้าไปดูห้องเด็กตามโรงพยาบาลบางแห่ง คุณจะเห็นเด็กนอนเรียงกันเป็นแถว หน้าตะแคงข้างดูดนมจากขวดซึ่งใช้หมอนหรือผ้าหนุนอีกทีหนึ่ง นาน ๆ พยาบาลก็จะเดินเข้ามาดูเสียทีหนึ่ง



เวลาชงนมให้ลูก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสะอาด เพราะถ้าเชื้อโรคเข้าไปในนมที่ลูกกินแล้วจะทำให้เด็กท้องเสียได้ โดยเฉพาะเวลาที่มีโรคท้องร่วงและโรคไทฟอยด์ระบาด ถ้าเด็กรับเชื้ออาจป่วยได้

เชื้อโรคจะเข้าไปในน้ำนมได้หลายทาง ที่มากที่สุดคือ ตัวมี่เชื้อโรคติดมืออยู่ เวลาชงนมเองโรคก็เลยเข้าไปในนมด้วย อีกทางหนึ่งก็คือ จากพวกสัตว์นำเชื้อโรค เช่น แมลงวัน แมลงสาบ เข้าไปในกระป๋องนม เพราะลืมปิดฝา หรือบินมาตอมหัวนมยางเพราะลืมปิดฝาครอบ นอกจากนั้น ผ้าเช็ดมือหรือผ้าเช็ดจานที่ไม่สะอาดพอแล้วคุณแม่เอามาเช็ดมือหรือขวดนม ก็ทำให้เชื้อโรคเข้าไปในนมได้

แม่และเด็ก

วิธีชงนมอย่างถูกวิธี

rutchapong  |  at   22:49



เวลาชงนมให้ลูก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสะอาด เพราะถ้าเชื้อโรคเข้าไปในนมที่ลูกกินแล้วจะทำให้เด็กท้องเสียได้ โดยเฉพาะเวลาที่มีโรคท้องร่วงและโรคไทฟอยด์ระบาด ถ้าเด็กรับเชื้ออาจป่วยได้

เชื้อโรคจะเข้าไปในน้ำนมได้หลายทาง ที่มากที่สุดคือ ตัวมี่เชื้อโรคติดมืออยู่ เวลาชงนมเองโรคก็เลยเข้าไปในนมด้วย อีกทางหนึ่งก็คือ จากพวกสัตว์นำเชื้อโรค เช่น แมลงวัน แมลงสาบ เข้าไปในกระป๋องนม เพราะลืมปิดฝา หรือบินมาตอมหัวนมยางเพราะลืมปิดฝาครอบ นอกจากนั้น ผ้าเช็ดมือหรือผ้าเช็ดจานที่ไม่สะอาดพอแล้วคุณแม่เอามาเช็ดมือหรือขวดนม ก็ทำให้เชื้อโรคเข้าไปในนมได้



ที่มารูปภาพ http://www.kidsd.net/home/article
โดยทั่วไป เวลาพ่อแม่ไปเลือกหาซื้อขวดนม มักจะเลือกขวดใหญ่ที่จุนมได้มาก และขวดที่ทนทาน เช่น ขวดพลาสติกที่ตกไม่แตก เพราะคิดว่าจะใช้ได้นาน ๆ

แต่เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมวัวควรระมัดระวังไว้คือ อย่าให้ลูกกินนมมากเกินไป ตามหลักแล้วถึงแม้เด็กจะโตแล้วคุณก็ไม่ควรให้ลุกกินนมเกินวันละ 1 ลิตร ที่จริงขวดนมสำหรับเด็กไม่จำเป็นต้องจุเกิน 200 ซีซี. ขวดขนาดยักษ์ที่จุได้ถึง 300 ซีซี. ไม่ควรซื้อ เพราะทำให้คุณแม่ให้นมลูกตามใจชอบ เด็กอยากกินเท่าไหร่ก็ชงให้เท่านั้น หรือเวลาที่ชงให้ลูกตามขนาดพอเหมาะไม่ถึง 200 ซีซี. แต่ขวดใหญ่ ทำให้คุณแม่ดูแล้วรู้สึกว่านมน้อยไปจึงชงเพิ่มให้อีก การให้นมครั้งหนึ่งมากถึง 250-300 ซีซี. นั้น จะทำให้เกิดปัญหาเด็กอ้วนเกินไปดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

แม่และเด็ก

การเลือกใช้ขวดนมสำหรับเด็กทารก ควรเลือกชนิดไหนดี

rutchapong  |  at   02:11



ที่มารูปภาพ http://www.kidsd.net/home/article
โดยทั่วไป เวลาพ่อแม่ไปเลือกหาซื้อขวดนม มักจะเลือกขวดใหญ่ที่จุนมได้มาก และขวดที่ทนทาน เช่น ขวดพลาสติกที่ตกไม่แตก เพราะคิดว่าจะใช้ได้นาน ๆ

แต่เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมวัวควรระมัดระวังไว้คือ อย่าให้ลูกกินนมมากเกินไป ตามหลักแล้วถึงแม้เด็กจะโตแล้วคุณก็ไม่ควรให้ลุกกินนมเกินวันละ 1 ลิตร ที่จริงขวดนมสำหรับเด็กไม่จำเป็นต้องจุเกิน 200 ซีซี. ขวดขนาดยักษ์ที่จุได้ถึง 300 ซีซี. ไม่ควรซื้อ เพราะทำให้คุณแม่ให้นมลูกตามใจชอบ เด็กอยากกินเท่าไหร่ก็ชงให้เท่านั้น หรือเวลาที่ชงให้ลูกตามขนาดพอเหมาะไม่ถึง 200 ซีซี. แต่ขวดใหญ่ ทำให้คุณแม่ดูแล้วรู้สึกว่านมน้อยไปจึงชงเพิ่มให้อีก การให้นมครั้งหนึ่งมากถึง 250-300 ซีซี. นั้น จะทำให้เกิดปัญหาเด็กอ้วนเกินไปดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

นมวัวสำหรับเลี้ยงทารก

ในปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึงนมวัวสำหรับเลี้ยงทารก ก็เกือบจะหมายถึง นมผงสำหรับเลี้ยงทารกเลยทีเดียว เพราะตระเตรียมสะดวก จึงเป็นที่นิยมกันมาก

สำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมผง ประการแรกมักเกิดปัญหาว่า จะเลี้ยงลูกด้วยนมตราอะไรดี ที่จริงคุณจะเลี้ยงลูกด้วยนมตราอะไรก็ได้ แต่ควรเลือกตราที่ร้านเจ้าประจำของคุณขายดีเพราะนมจะไม่เก่าและเมื่อตัดสินใจเลี้ยงลูกด้วยนมตราอะไรแล้วละก็ ไม่ควรเปลี่ยน เพราะอย่างน้อยที่สุดเมื่อเด็กถ่ายอุจจาระบ่อยครั้งขึ้น คุณจะได้แน่ใจว่าสาเหตุไม่ได้มาจากนม

แม่และเด็ก

การเลือกนมวัวสำหรับเลี้ยงเด็กทารก

rutchapong  |  at   02:07

นมวัวสำหรับเลี้ยงทารก

ในปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึงนมวัวสำหรับเลี้ยงทารก ก็เกือบจะหมายถึง นมผงสำหรับเลี้ยงทารกเลยทีเดียว เพราะตระเตรียมสะดวก จึงเป็นที่นิยมกันมาก

สำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมผง ประการแรกมักเกิดปัญหาว่า จะเลี้ยงลูกด้วยนมตราอะไรดี ที่จริงคุณจะเลี้ยงลูกด้วยนมตราอะไรก็ได้ แต่ควรเลือกตราที่ร้านเจ้าประจำของคุณขายดีเพราะนมจะไม่เก่าและเมื่อตัดสินใจเลี้ยงลูกด้วยนมตราอะไรแล้วละก็ ไม่ควรเปลี่ยน เพราะอย่างน้อยที่สุดเมื่อเด็กถ่ายอุจจาระบ่อยครั้งขึ้น คุณจะได้แน่ใจว่าสาเหตุไม่ได้มาจากนม



การให้นมลูกด้วยวิธีสลับ
ถึงแม้ว่าคุณอยากจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ถ้านมแม่ไม่พอจริง ๆ ก็จำเป็นต้องเพิ่มด้วยนมวัว ในกรณีนี้ไม่ควรใช้วีให้ลูกดูดนมแม่ทุกครั้งแล้วตามด้วยนมวัว ควรใช้วิธีสลับ คือ เวลาให้นมวัวก็ให้นมวัวล้วน ๆ เวลาที่ให้นมแม่ก็ให้แต่นมแม่ เพราะถึงตอนที่ต้องให้นมแม่ คุณแม่เองจะพยายามให้ลูกดื่มเต็มที่เพราะกลัวว่าจะไม่พอ แต่ถ้าใช้วิธีให้นมวัวตามทุกครั้งที่ให้นมแม่แล้ว

 คุณแม่จะพยายามน้อยลง เพราะคิดว่าถ้าไม่พอก็ให้นมวัวเติมได้ และเมื่อแม่คิดอย่างนี้แล้วนมแม่จะลดลงอย่างรวดเร็ว ทางด้านลูกของคุณเอง ถ้าให้นมวัวตามทุกครั้งหลังจากดูดนมแม่ เด็กก็ไม่ค่อยอยากดูดนมแม่นัก เพราะดูดนมจาขวดเง่ายกว่า จึงคอยแต่จะกินนมวัวท่าเดียว เมื่อเด็กไม่ค่อยยอมดูด นมแม่ก็ยิ่งมีน้อยลง

การให้นมลูก

การให้นมลูกด้วยวิธีสลับ (นมแม่สลับกับนมวัว)

rutchapong  |  at   01:58



การให้นมลูกด้วยวิธีสลับ
ถึงแม้ว่าคุณอยากจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ถ้านมแม่ไม่พอจริง ๆ ก็จำเป็นต้องเพิ่มด้วยนมวัว ในกรณีนี้ไม่ควรใช้วีให้ลูกดูดนมแม่ทุกครั้งแล้วตามด้วยนมวัว ควรใช้วิธีสลับ คือ เวลาให้นมวัวก็ให้นมวัวล้วน ๆ เวลาที่ให้นมแม่ก็ให้แต่นมแม่ เพราะถึงตอนที่ต้องให้นมแม่ คุณแม่เองจะพยายามให้ลูกดื่มเต็มที่เพราะกลัวว่าจะไม่พอ แต่ถ้าใช้วิธีให้นมวัวตามทุกครั้งที่ให้นมแม่แล้ว

 คุณแม่จะพยายามน้อยลง เพราะคิดว่าถ้าไม่พอก็ให้นมวัวเติมได้ และเมื่อแม่คิดอย่างนี้แล้วนมแม่จะลดลงอย่างรวดเร็ว ทางด้านลูกของคุณเอง ถ้าให้นมวัวตามทุกครั้งหลังจากดูดนมแม่ เด็กก็ไม่ค่อยอยากดูดนมแม่นัก เพราะดูดนมจาขวดเง่ายกว่า จึงคอยแต่จะกินนมวัวท่าเดียว เมื่อเด็กไม่ค่อยยอมดูด นมแม่ก็ยิ่งมีน้อยลง



ความเข้าใจผิดเรื่อง น้ำนมแม่ไม่พอมีแม่จำนวนมากที่บอกว่า ต้องเปลี่ยนไปเลี้ยงลูกด้วยนมวัวเพราะนมไม่พอ แต่การตัดสินว่านมแม่ไม่พอเมื่อเลี้ยงเด็กได้เพียง 15 วันนั้นเร็วเกินไป แม่บางคนชั่งน้ำหนักลูกดูแล้วเห็นว่าน้ำหนักน้อยไป ก็เหมาเอาว่าเป็นเพราะนมแม่ไม่พอ ที่จริงเด็กที่มีนิสัยกินน้อยมาแต่กำเนิดก็มี

เด็กบางคนคลอดครบกำหนดแต่น้ำหนักไม่ถึง 3 กิโลกรัม เลี้ยงไปอีก 2 อาทิตย์ ก็ยังขึ้นไม่มาก ทั้ง ๆ ที่เด็กนอนหลับกลางคืนก็ไม่ค่อยกวน กินนมแม่เว้นช่วงครั้งละ 2 ชั่วโมงบ้าง 2 ชั่วโมงครึ่งบ้า แต่กินไม่มาก กินนมข้างเดียวก็อิ่มแล้วหลับไปเลย อย่างนี้แสดงว่านมแม่พอ แต่เด็กกินน้อยเพราะอุปนิสัยเด็กเป็นอย่างนั้นเอง

แม่และเด็ก

ความเข้าใจผิดเรื่อง น้ำนมแม่ไม่พอ

rutchapong  |  at   20:40



ความเข้าใจผิดเรื่อง น้ำนมแม่ไม่พอมีแม่จำนวนมากที่บอกว่า ต้องเปลี่ยนไปเลี้ยงลูกด้วยนมวัวเพราะนมไม่พอ แต่การตัดสินว่านมแม่ไม่พอเมื่อเลี้ยงเด็กได้เพียง 15 วันนั้นเร็วเกินไป แม่บางคนชั่งน้ำหนักลูกดูแล้วเห็นว่าน้ำหนักน้อยไป ก็เหมาเอาว่าเป็นเพราะนมแม่ไม่พอ ที่จริงเด็กที่มีนิสัยกินน้อยมาแต่กำเนิดก็มี

เด็กบางคนคลอดครบกำหนดแต่น้ำหนักไม่ถึง 3 กิโลกรัม เลี้ยงไปอีก 2 อาทิตย์ ก็ยังขึ้นไม่มาก ทั้ง ๆ ที่เด็กนอนหลับกลางคืนก็ไม่ค่อยกวน กินนมแม่เว้นช่วงครั้งละ 2 ชั่วโมงบ้าง 2 ชั่วโมงครึ่งบ้า แต่กินไม่มาก กินนมข้างเดียวก็อิ่มแล้วหลับไปเลย อย่างนี้แสดงว่านมแม่พอ แต่เด็กกินน้อยเพราะอุปนิสัยเด็กเป็นอย่างนั้นเอง

การให้นมแม่กับเด็กแรกเกิด

“ไม่ต้องรีบร้อน”

การที่จะตัดสินใจว่านมแม่พอหรือไม่นั้นไม่ใช่ทำได้ง่ายนัก ถึงแม้เต้านมจะมีขนาดใหญ่ ก็ไม่แน่ว่าจะมีน้ำนมมาก สำหรับคุณแม่ใหม่ซึ่งเพิ่งมีลูกคนแรก สัปดาห์แรกน้ำนมมักไม่ค่อยพอ ดังนั้นน้ำหนักของเด็กจึงมักจะลดลงกว่าเมื่อแรกเกิดเล็กน้อย

ในช่วงสัปดาห์แรก ถ้าวัดปริมาณนมแม่โดยวัดน้ำหนักเด็กด้วยเครื่องวัดอย่างละเอียดก่อนและหลังให้นมแล้ว จะเห็นว่าส่วยใหญ่ปริมาณนมที่ออกแต่ละครั้งอย่างมากก็คือ 50 ซีซี คุณแม่ที่อยู่โรงพยาบาลเห็นเด็กข้าง ๆ ดูดนมวัวจากขวดครั้งละ 80-90 ซีซี ก็วักกังวลคิดว่าต้องเพิ่มนมให้ลูกเสียแล้ว แต่ที่จริงถ้าพยายามให้นมต่อไปอีกสัปดาห์หนึ่ง ในสัปดาห์ที่สอง ปริมาณก็จะเพิ่มขึ้นเป็นครั้งละ 70-80 ซีซี ตามธรรมชาติ

แม่และเด็ก

การให้นมแม่กับเด็กแรกเกิด

rutchapong  |  at   20:13

การให้นมแม่กับเด็กแรกเกิด

“ไม่ต้องรีบร้อน”

การที่จะตัดสินใจว่านมแม่พอหรือไม่นั้นไม่ใช่ทำได้ง่ายนัก ถึงแม้เต้านมจะมีขนาดใหญ่ ก็ไม่แน่ว่าจะมีน้ำนมมาก สำหรับคุณแม่ใหม่ซึ่งเพิ่งมีลูกคนแรก สัปดาห์แรกน้ำนมมักไม่ค่อยพอ ดังนั้นน้ำหนักของเด็กจึงมักจะลดลงกว่าเมื่อแรกเกิดเล็กน้อย

ในช่วงสัปดาห์แรก ถ้าวัดปริมาณนมแม่โดยวัดน้ำหนักเด็กด้วยเครื่องวัดอย่างละเอียดก่อนและหลังให้นมแล้ว จะเห็นว่าส่วยใหญ่ปริมาณนมที่ออกแต่ละครั้งอย่างมากก็คือ 50 ซีซี คุณแม่ที่อยู่โรงพยาบาลเห็นเด็กข้าง ๆ ดูดนมวัวจากขวดครั้งละ 80-90 ซีซี ก็วักกังวลคิดว่าต้องเพิ่มนมให้ลูกเสียแล้ว แต่ที่จริงถ้าพยายามให้นมต่อไปอีกสัปดาห์หนึ่ง ในสัปดาห์ที่สอง ปริมาณก็จะเพิ่มขึ้นเป็นครั้งละ 70-80 ซีซี ตามธรรมชาติ



การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในปัจจุบัน แม่ที่ให้นมแม่แก่ลูกของตนมีจำนวนลดลง ซึ่งมักจะอ้างว่าไม่มีนม ที่ไม่มีนมก็เพราะไม่ได้ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรก พอนมแม่ไม่ค่อยมีก็เปลี่ยนไปให้นมวัวทันที เป็นเพราะคุณแม่ทั้งหลายไม่รู้คุณค่าของน้ำนมแม่นั่นเอง


“ไม่มีอาหารอะไรที่ดีกว่านมแม่”

เป็นความจริง ที่ว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมวัวจะอ้วนท้วนกว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่ ทั้งนี้เพราะปริมาณของนมแม่ถูกจำกัดตามธรรมชาติ แต่นมวัวนั้นพอเด็กกินหมดไปขวดหนึ่งแล้วไม่พอก็เติมอีกขวดได้ ถ้าอยากจะให้เด็กที่กินจุกินเท่าไรก็ได้ตามใจชอบแล้วละก็ นมวัวจะดีกว่านมแม่ เพราะให้กินเท่าไรก็ได้ พอปล่อยให้กินตามใจชอบไปเรื่อย ๆ ไม่นานเด็กนั้นก็กลายเป็น”เด็กยักษ์” มักเป็นที่นิยมในการโฆษณาขายนม มีรูปปรากฏในโปสเตอร์ในหน้าหนังสือพิมพ์และในจอทีวี ทำให้บรรดาคุณแม่นิยมเลี้ยงลูกด้วยนมวัวไปด้วย

แม่และเด็ก

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก

rutchapong  |  at   20:10



การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในปัจจุบัน แม่ที่ให้นมแม่แก่ลูกของตนมีจำนวนลดลง ซึ่งมักจะอ้างว่าไม่มีนม ที่ไม่มีนมก็เพราะไม่ได้ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรก พอนมแม่ไม่ค่อยมีก็เปลี่ยนไปให้นมวัวทันที เป็นเพราะคุณแม่ทั้งหลายไม่รู้คุณค่าของน้ำนมแม่นั่นเอง


“ไม่มีอาหารอะไรที่ดีกว่านมแม่”

เป็นความจริง ที่ว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมวัวจะอ้วนท้วนกว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่ ทั้งนี้เพราะปริมาณของนมแม่ถูกจำกัดตามธรรมชาติ แต่นมวัวนั้นพอเด็กกินหมดไปขวดหนึ่งแล้วไม่พอก็เติมอีกขวดได้ ถ้าอยากจะให้เด็กที่กินจุกินเท่าไรก็ได้ตามใจชอบแล้วละก็ นมวัวจะดีกว่านมแม่ เพราะให้กินเท่าไรก็ได้ พอปล่อยให้กินตามใจชอบไปเรื่อย ๆ ไม่นานเด็กนั้นก็กลายเป็น”เด็กยักษ์” มักเป็นที่นิยมในการโฆษณาขายนม มีรูปปรากฏในโปสเตอร์ในหน้าหนังสือพิมพ์และในจอทีวี ทำให้บรรดาคุณแม่นิยมเลี้ยงลูกด้วยนมวัวไปด้วย

บทความที่น่าสนใจ

Powered by Blogger .