ความสำคัญของนมแม่ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือการให้ความรัก การให้นมลูก

บทความล่าสุด



ตามปกติอาการตัวเหลืองของเด็กแรกเกิดมักปรากฏในวันที่ 3-4 และจะหายไปในหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร อาการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานของตับซึ่งมีหน้าที่ขับสารซึ่งทำให้เกิดตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดนั้น ยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่มีบางรายที่เด็กมีอาการตัวเหลืองภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด สังเกตได้ที่ผิวหนังบริเวณหน้า ตามตัวและที่ตาขาว เป็นต้น แลดูเหมือนเด็กทาขมิ้น ถ้าเด็กมีอากรตัวเหลืองอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจเกิดเนื่องจากเม็ดเลือดแดงในตัวเด็กแตกทำลายเร็วกว่าปกติ เป็นผลมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยก็คือ กรุ๊ปเลือดของแม่กับกรุ๊ปเลือดของลูกเข้ากันไม่ได้

นอกจากเรื่องเลือดแล้ว อาการตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดอาจเกิดจากโรคติดเชื้อของพวกแบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิบางอย่างก็ได้

อย่างไรก็ตาม อาการตัวเหลืองอย่างรวดเร็วในเด็กแรกเกิดแสดงว่าผิดปกติ คุณแม่ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะบางรายตัวเหลืองมาก ต้องได้รับการเปลี่ยนเลือด มิฉะนั้นอาจจะถึงแก่ชีวิต หรืออาจเกิดสมองพิการในรายที่รอดชีวิตมาได้ เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรนิ่งนอนใจ


แม่และเด็ก

สาเหตุอาการตัวเหลืองของเด็กแรกเกิด

rutchapong  |  at   00:33



ตามปกติอาการตัวเหลืองของเด็กแรกเกิดมักปรากฏในวันที่ 3-4 และจะหายไปในหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร อาการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานของตับซึ่งมีหน้าที่ขับสารซึ่งทำให้เกิดตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดนั้น ยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่มีบางรายที่เด็กมีอาการตัวเหลืองภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด สังเกตได้ที่ผิวหนังบริเวณหน้า ตามตัวและที่ตาขาว เป็นต้น แลดูเหมือนเด็กทาขมิ้น ถ้าเด็กมีอากรตัวเหลืองอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจเกิดเนื่องจากเม็ดเลือดแดงในตัวเด็กแตกทำลายเร็วกว่าปกติ เป็นผลมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยก็คือ กรุ๊ปเลือดของแม่กับกรุ๊ปเลือดของลูกเข้ากันไม่ได้

นอกจากเรื่องเลือดแล้ว อาการตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดอาจเกิดจากโรคติดเชื้อของพวกแบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิบางอย่างก็ได้

อย่างไรก็ตาม อาการตัวเหลืองอย่างรวดเร็วในเด็กแรกเกิดแสดงว่าผิดปกติ คุณแม่ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะบางรายตัวเหลืองมาก ต้องได้รับการเปลี่ยนเลือด มิฉะนั้นอาจจะถึงแก่ชีวิต หรืออาจเกิดสมองพิการในรายที่รอดชีวิตมาได้ เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรนิ่งนอนใจ


อย่างไรที่เรียกว่า “พ่อแม่ประสบความสำเร็จในการอบรมเลี้ยงดูลูก”

      ภารกิจของพ่อแม่ในยุคปัจจุบันนี้ คงต้องยอมรับว่ามีภาระหนักกับการอบรมเลี้ยงดูลูกในสังคมปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้น การใช้วิธีการเลี้ยงดูเช่นเดียวกับที่ตนเคยเป็นลูกในอดีต ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากสภาพของสังคมบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก และมีความแตกต่างกับยุคสมัยที่ตนเองอยู่ในฐานะที่เป็นลูกโดยสิ้นเชิง 


      ในขณะที่ทุกคนมีลูกที่ต้องอบรมเลี้ยงดู และย่อมเป็นความต้องการสูงสุดของผู้ที่เป็นพ่อแม่คือ ความสำเร็จในการอบรมเลี้ยงดูลูก เพื่อให้เป็นคนดี และเป็นคนที่มีความสามารถ อยู่ในศาสนาแบบยั่งยืน จริงอยู่ พ่อแม่หลายคนอาจประสบปัญหาอุปสรรคในภารกิจดังกล่าวบ้าง ก็ขอให้ฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้น เพื่อพบทางออกที่ดี และได้รับความรัก ความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้า ก็ย่อมเป็นสิ่งที่พึงประสงค์อันมีคุณค่ายิ่ง

       การให้ความรักอย่างเพียงพอ ถือเป็นเรื่องสำคัญในสังคมยุคนี้ พ่อแม่บางคนอาจมองเรื่องความรักเป็นเรื่องธรรมดา และตีความหมายเป็นอย่างอื่น ทำให้สมาชิกในครอบครัวขาดแคลนความรัก หรือได้รับความรักน้อยเกินไป ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า “ความรักความสนใจที่จริงใจก่อให้เกิดความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ” นอกจากนี้ อาจมีผลพลอยได้จากการหยิบยื่นความรักให้แก่ลูกอย่างถูกต้องและเหมาะสม กล่าวคือ ลูกได้รับรู้และรู้สึกว่าตนเป็นที่รัก ย่อมอยากแสดงความดีให้พ่อแม่เห็น เป็นการตอบแทน ให้ความรักอย่างสม่ำเสมอและปราศจากเงื่อนไขในทุกโอกาส

       ยิ่งกว่านั้น “วินัย” เป็นคำ ๆ เดียว ที่พ่อแม่จะต้องปลูกฝัง หรือซึมซับให้เกิดขึ้นในตัวลูกให้ได้ ครอบครัวไทยโดยองค์รวม มักให้ความสำคัญในเรื่องวินัย ไม่มากเท่าที่ควร สำหรับครอบครัวมุสลิม การฝึกวินัยเกี่ยวกับการปฏิบัติละหมาดฟัรดู ถือเป็นการฝึกวินัยขั้นพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพในการสร้างวินัยในตนเองอย่างยิ่ง ดังนั้น การฝึกวินัยให้ลูกด้วยความรักแห่งการปฏิบัติละหมาดจนเป็นนิสัย แน่นอน ลูกจะได้รับการพัฒนาวินัยของตนเองได้ และเมื่อนั้น ลูกจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

    มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มองตนเองว่ามีคุณค่า และมองคนอื่นในแง่ดีเสมอ
    รู้ว่าอะไรถูก-อะไรผิด สามารถจำแนก แยกแยะได้ถูกต้อง เพราะการปฏิบัติละหมาดเป็นการป้องกันการกระทำในสิ่งอิสลามห้ามอย่างมีประสิทธิภาพ
    มีทางเลือกในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ถูกภาวะกดดัน หรือมีข้อจำกัดในการหาทางออก

      ในทำนองเดียวกัน การที่พ่อแม่สามารถเปลี่ยนแปลงลูกไปสู่พฤติกรรมดังกล่าวได้ แน่นอน อาจช่วยส่งเสริมปัจจัยทั้ง 3 ประการนี้โดย :

    พ่อแม่มีความสม่ำเสมอในเรื่องของความอดทน และสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างเป็นอย่างดี
    สื่อความหมายกับลูกให้ชัดเจน ปากกับใจต้องตรงกัน
    ทำความเข้าใจพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของลูกว่ามีความหมายอย่างไร ทำไปเพื่ออะไร เพื่อใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
    ให้ความมั่นใจ ใส่ใจพฤติกรรมที่ถูกต้อง มากกว่าการจับจ้องพฤติกรรมที่พ่อแม่ยังไม่พอใจ
    ชมเชยสิ่งที่ดีของเขา
    สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในบ้านให้สามารถเล่นรื้อค้นได้อย่างปลอดภัย กรณีมีลูกอยู่ในวัยกำลังเล่น กำลังซน
    กำหนดกฎเกณฑ์ที่เข้าใจง่าย บอกให้รู้ว่าอะไรที่พ่อแม่ต้องการให้ทำ และอะไรที่ไม่ต้องการให้ทำ
    สถานการณ์บางขณะในบ้าน เช่น พี่น้องทะเลาะกัน อาจนำไปสู่การเกิดอารมณ์รุนแรง พ่อแม่ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม รู้จังหวะที่จะเข้าไปจัดการอย่างเหมาะสม

       ปัจจุบัน การมีเวลาให้กับครอบครัว ถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับพ่อแม่ในยุคนี้ พ่อแม่หลายคนมักไม่เห็นความสำคัญของเรื่องเวลา ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวมีความรุนแรงจนสุดจะแก้ไขเยียวยาได้ ดังนั้น พ่อแม่ควรมีเวลาเล่นกับลูก โดยเน้นความสนุกสนาน และสร้างสัมพันธ์ที่ดี มากกว่าการควบคุม สั่งสอน หรือเข้มงวดเรื่องการเรียน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว อาจเรียกว่า ยังขาดความเข้าใจในการสร้างสัมพันธ์กับลูกที่ดี

       การมีความสนใจและให้ความสำคัญต่อคู่สมรสของตนเอง ย่อมถือเป็นแบบอย่างหรือสื่อของการอบรมเลี้ยงดูลูกที่ดี กล่าวคือ พ่อแม่ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก่อน เพราะความรัก ความนับถือซึ่งกันและกัน การยอมรับ และให้เกียรติระหว่างกันของพ่อแม่ จะก่อให้เกิดความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจของทุกคนภายในครอบครัวอย่างมีความหมายยิ่ง

       สิ่งที่ครอบครัวจะปฏิเสธไม่ได้คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเฉพาะบุคคล หรือปัญหาของครอบครัวก็ตาม พ่อแม่ควรสอนทักษะในการแก้ปัญหาที่ถูกต้องให้แก่ลูกด้วย ในฐานะเป็นผู้มีประสบการณ์ชีวิตมาก่อน หรืออาจขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่ใกล้ชิดหรือไว้วางใจ ให้เป็นผู้เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาให้แก่ลูกก็ได้ ทั้งนี้ ควรมีแนวปฏิบัติ ดังนี้

    อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าวิธีการแก้ปัญหาที่เขาใช้ไปแล้วนั้น ไม่เหมาะสมอย่างไรบ้าง และแนะวิธีที่เหมาะสมกว่าเพื่อเขาจะได้นำไปใช้ ในคราวหน้า
    สำหรับเด็กเล็ก ๆ ให้แนะนำตรง ๆ ว่าถ้าพบปัญหานี้ควรทำอย่างไร
    สำหรับเด็กโตที่รู้จักคิดเองได้ พ่อแม่อาจตั้งคำถามให้เด็กคิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร แล้วจึงเสนอวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมให้พัฒนาความเคารพนับถือ หรือ “อิกรอม” ซึ่งกันและกัน พ่อแม่ควรทำตัวให้เป็นที่เคารพนับถือของลูก เช่น
  •     แสดงกิริยาวาจาสุภาพกับลูก
  •     รู้จักขอโทษเมื่อพ่อแม่เป็นฝ่ายผิด ไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรี
  •     สนใจกิจกรรมที่ลูกทำด้วยความจริงใจ
  •     แสดงความซื่อสัตย์ รักษาสัญญาให้ลูกเห็น
  •     แสดงความไว้วางใจรับฟังการตัดสินใจของลูก
  •     ไม่แสดงความชื่นชม หรือเข้าข้างลูกคนใดเป็นพิเศษ หรือออกนอกหน้า
       อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จในการอบรมเลี้ยงดูลูกนั้น นอกจากจะต้องเสริมสร้างบทบาทแห่งตนดังกล่าวแล้ว จะต้องเป็น “นักฟัง” ที่ดีอีกด้วย กล่าวคือ มีความตั้งใจรับฟังลูกอย่างจริงจัง จริงใจ พ่อแม่ที่ "ได้ยิน" ลูก จะรับรู้และเข้าใจว่าลูกกำลังจะบอกอะไร และควรสนับสนุนให้แสดงความรู้สึกที่ดีและไม่ดีออกมา การให้คำแนะนำเชิงเสนอแนะ หรือใช้คำพูดสั้น ๆ ได้ใจความ ดีกว่าการอธิบายหรือเทศนายืดยาว ตลอดจนการเปิดโอกาสให้คิดด้วยตนเองก่อน แล้วจึงเสนอแนะวิธีการของพ่อแม่ภายหลัง ก็ถือว่า เป็นวิธีการกระตุ้นให้ลูกเป็นอิสระทีละน้อย เด็กเล็กควรมีเสรีภาพและรู้จักเลือกตัดสินใจในเรื่องเล็กน้อย เมื่อโตขึ้นก็ค่อยขยายให้รู้เรื่องที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับ รวมทั้งการตั้งความหวังให้อยู่ในโลกของความเป็นจริง ตามกำหนดสภาวการณ์แห่งพระผู้เป็นเจ้า ก็ถือเป็นการปูพื้นฐานหลักศรัทธาแห่งชีวิตอีกด้วย มีผู้กล่าวไว้ว่า
"อย่าหวังว่าทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดีตลอดเวลา
การเลี้ยงลูกมิใช่เป็นงานที่ง่ายเหมือนปลอกกล้วย
เป็นงานที่เต็มไปด้วยความระทมทุกข์และเจ็บปวดหัวใจ
แต่ก็เต็มไปด้วยความสุขอย่างท่วมท้น และคุ้มค่าได้เช่นกัน"


       ดังกล่าวนี้ อาจประมวลได้ว่า พ่อแม่ทุกคนล้วนมีความคาดหวังแห่งความสำเร็จของการอบรมเลี้ยงดูลูกของตนทั้งสิ้น แต่ความคาดหวังนั้น ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความตั้งใจจริง และความจริงใจ โดยมอบหมายความสำเร็จแห่งภารกิจอันหนึ่งอื้งนี้ ต่อพระผู้เป็นเจ้า เพื่อมุ่งหวังความรัก และความเมตตาสูงสุดอีกด้วย มิใช่หรือ ?
แม่และเด็ก

เลี้ยงดูลูกอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ?

rutchapong  |  at   01:28

อย่างไรที่เรียกว่า “พ่อแม่ประสบความสำเร็จในการอบรมเลี้ยงดูลูก”

      ภารกิจของพ่อแม่ในยุคปัจจุบันนี้ คงต้องยอมรับว่ามีภาระหนักกับการอบรมเลี้ยงดูลูกในสังคมปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้น การใช้วิธีการเลี้ยงดูเช่นเดียวกับที่ตนเคยเป็นลูกในอดีต ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากสภาพของสังคมบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก และมีความแตกต่างกับยุคสมัยที่ตนเองอยู่ในฐานะที่เป็นลูกโดยสิ้นเชิง 


      ในขณะที่ทุกคนมีลูกที่ต้องอบรมเลี้ยงดู และย่อมเป็นความต้องการสูงสุดของผู้ที่เป็นพ่อแม่คือ ความสำเร็จในการอบรมเลี้ยงดูลูก เพื่อให้เป็นคนดี และเป็นคนที่มีความสามารถ อยู่ในศาสนาแบบยั่งยืน จริงอยู่ พ่อแม่หลายคนอาจประสบปัญหาอุปสรรคในภารกิจดังกล่าวบ้าง ก็ขอให้ฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้น เพื่อพบทางออกที่ดี และได้รับความรัก ความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้า ก็ย่อมเป็นสิ่งที่พึงประสงค์อันมีคุณค่ายิ่ง

       การให้ความรักอย่างเพียงพอ ถือเป็นเรื่องสำคัญในสังคมยุคนี้ พ่อแม่บางคนอาจมองเรื่องความรักเป็นเรื่องธรรมดา และตีความหมายเป็นอย่างอื่น ทำให้สมาชิกในครอบครัวขาดแคลนความรัก หรือได้รับความรักน้อยเกินไป ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า “ความรักความสนใจที่จริงใจก่อให้เกิดความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ” นอกจากนี้ อาจมีผลพลอยได้จากการหยิบยื่นความรักให้แก่ลูกอย่างถูกต้องและเหมาะสม กล่าวคือ ลูกได้รับรู้และรู้สึกว่าตนเป็นที่รัก ย่อมอยากแสดงความดีให้พ่อแม่เห็น เป็นการตอบแทน ให้ความรักอย่างสม่ำเสมอและปราศจากเงื่อนไขในทุกโอกาส

       ยิ่งกว่านั้น “วินัย” เป็นคำ ๆ เดียว ที่พ่อแม่จะต้องปลูกฝัง หรือซึมซับให้เกิดขึ้นในตัวลูกให้ได้ ครอบครัวไทยโดยองค์รวม มักให้ความสำคัญในเรื่องวินัย ไม่มากเท่าที่ควร สำหรับครอบครัวมุสลิม การฝึกวินัยเกี่ยวกับการปฏิบัติละหมาดฟัรดู ถือเป็นการฝึกวินัยขั้นพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพในการสร้างวินัยในตนเองอย่างยิ่ง ดังนั้น การฝึกวินัยให้ลูกด้วยความรักแห่งการปฏิบัติละหมาดจนเป็นนิสัย แน่นอน ลูกจะได้รับการพัฒนาวินัยของตนเองได้ และเมื่อนั้น ลูกจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

    มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มองตนเองว่ามีคุณค่า และมองคนอื่นในแง่ดีเสมอ
    รู้ว่าอะไรถูก-อะไรผิด สามารถจำแนก แยกแยะได้ถูกต้อง เพราะการปฏิบัติละหมาดเป็นการป้องกันการกระทำในสิ่งอิสลามห้ามอย่างมีประสิทธิภาพ
    มีทางเลือกในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ถูกภาวะกดดัน หรือมีข้อจำกัดในการหาทางออก

      ในทำนองเดียวกัน การที่พ่อแม่สามารถเปลี่ยนแปลงลูกไปสู่พฤติกรรมดังกล่าวได้ แน่นอน อาจช่วยส่งเสริมปัจจัยทั้ง 3 ประการนี้โดย :

    พ่อแม่มีความสม่ำเสมอในเรื่องของความอดทน และสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างเป็นอย่างดี
    สื่อความหมายกับลูกให้ชัดเจน ปากกับใจต้องตรงกัน
    ทำความเข้าใจพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของลูกว่ามีความหมายอย่างไร ทำไปเพื่ออะไร เพื่อใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
    ให้ความมั่นใจ ใส่ใจพฤติกรรมที่ถูกต้อง มากกว่าการจับจ้องพฤติกรรมที่พ่อแม่ยังไม่พอใจ
    ชมเชยสิ่งที่ดีของเขา
    สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในบ้านให้สามารถเล่นรื้อค้นได้อย่างปลอดภัย กรณีมีลูกอยู่ในวัยกำลังเล่น กำลังซน
    กำหนดกฎเกณฑ์ที่เข้าใจง่าย บอกให้รู้ว่าอะไรที่พ่อแม่ต้องการให้ทำ และอะไรที่ไม่ต้องการให้ทำ
    สถานการณ์บางขณะในบ้าน เช่น พี่น้องทะเลาะกัน อาจนำไปสู่การเกิดอารมณ์รุนแรง พ่อแม่ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม รู้จังหวะที่จะเข้าไปจัดการอย่างเหมาะสม

       ปัจจุบัน การมีเวลาให้กับครอบครัว ถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับพ่อแม่ในยุคนี้ พ่อแม่หลายคนมักไม่เห็นความสำคัญของเรื่องเวลา ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวมีความรุนแรงจนสุดจะแก้ไขเยียวยาได้ ดังนั้น พ่อแม่ควรมีเวลาเล่นกับลูก โดยเน้นความสนุกสนาน และสร้างสัมพันธ์ที่ดี มากกว่าการควบคุม สั่งสอน หรือเข้มงวดเรื่องการเรียน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว อาจเรียกว่า ยังขาดความเข้าใจในการสร้างสัมพันธ์กับลูกที่ดี

       การมีความสนใจและให้ความสำคัญต่อคู่สมรสของตนเอง ย่อมถือเป็นแบบอย่างหรือสื่อของการอบรมเลี้ยงดูลูกที่ดี กล่าวคือ พ่อแม่ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก่อน เพราะความรัก ความนับถือซึ่งกันและกัน การยอมรับ และให้เกียรติระหว่างกันของพ่อแม่ จะก่อให้เกิดความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจของทุกคนภายในครอบครัวอย่างมีความหมายยิ่ง

       สิ่งที่ครอบครัวจะปฏิเสธไม่ได้คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเฉพาะบุคคล หรือปัญหาของครอบครัวก็ตาม พ่อแม่ควรสอนทักษะในการแก้ปัญหาที่ถูกต้องให้แก่ลูกด้วย ในฐานะเป็นผู้มีประสบการณ์ชีวิตมาก่อน หรืออาจขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่ใกล้ชิดหรือไว้วางใจ ให้เป็นผู้เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาให้แก่ลูกก็ได้ ทั้งนี้ ควรมีแนวปฏิบัติ ดังนี้

    อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าวิธีการแก้ปัญหาที่เขาใช้ไปแล้วนั้น ไม่เหมาะสมอย่างไรบ้าง และแนะวิธีที่เหมาะสมกว่าเพื่อเขาจะได้นำไปใช้ ในคราวหน้า
    สำหรับเด็กเล็ก ๆ ให้แนะนำตรง ๆ ว่าถ้าพบปัญหานี้ควรทำอย่างไร
    สำหรับเด็กโตที่รู้จักคิดเองได้ พ่อแม่อาจตั้งคำถามให้เด็กคิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร แล้วจึงเสนอวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมให้พัฒนาความเคารพนับถือ หรือ “อิกรอม” ซึ่งกันและกัน พ่อแม่ควรทำตัวให้เป็นที่เคารพนับถือของลูก เช่น
  •     แสดงกิริยาวาจาสุภาพกับลูก
  •     รู้จักขอโทษเมื่อพ่อแม่เป็นฝ่ายผิด ไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรี
  •     สนใจกิจกรรมที่ลูกทำด้วยความจริงใจ
  •     แสดงความซื่อสัตย์ รักษาสัญญาให้ลูกเห็น
  •     แสดงความไว้วางใจรับฟังการตัดสินใจของลูก
  •     ไม่แสดงความชื่นชม หรือเข้าข้างลูกคนใดเป็นพิเศษ หรือออกนอกหน้า
       อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จในการอบรมเลี้ยงดูลูกนั้น นอกจากจะต้องเสริมสร้างบทบาทแห่งตนดังกล่าวแล้ว จะต้องเป็น “นักฟัง” ที่ดีอีกด้วย กล่าวคือ มีความตั้งใจรับฟังลูกอย่างจริงจัง จริงใจ พ่อแม่ที่ "ได้ยิน" ลูก จะรับรู้และเข้าใจว่าลูกกำลังจะบอกอะไร และควรสนับสนุนให้แสดงความรู้สึกที่ดีและไม่ดีออกมา การให้คำแนะนำเชิงเสนอแนะ หรือใช้คำพูดสั้น ๆ ได้ใจความ ดีกว่าการอธิบายหรือเทศนายืดยาว ตลอดจนการเปิดโอกาสให้คิดด้วยตนเองก่อน แล้วจึงเสนอแนะวิธีการของพ่อแม่ภายหลัง ก็ถือว่า เป็นวิธีการกระตุ้นให้ลูกเป็นอิสระทีละน้อย เด็กเล็กควรมีเสรีภาพและรู้จักเลือกตัดสินใจในเรื่องเล็กน้อย เมื่อโตขึ้นก็ค่อยขยายให้รู้เรื่องที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับ รวมทั้งการตั้งความหวังให้อยู่ในโลกของความเป็นจริง ตามกำหนดสภาวการณ์แห่งพระผู้เป็นเจ้า ก็ถือเป็นการปูพื้นฐานหลักศรัทธาแห่งชีวิตอีกด้วย มีผู้กล่าวไว้ว่า
"อย่าหวังว่าทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดีตลอดเวลา
การเลี้ยงลูกมิใช่เป็นงานที่ง่ายเหมือนปลอกกล้วย
เป็นงานที่เต็มไปด้วยความระทมทุกข์และเจ็บปวดหัวใจ
แต่ก็เต็มไปด้วยความสุขอย่างท่วมท้น และคุ้มค่าได้เช่นกัน"


       ดังกล่าวนี้ อาจประมวลได้ว่า พ่อแม่ทุกคนล้วนมีความคาดหวังแห่งความสำเร็จของการอบรมเลี้ยงดูลูกของตนทั้งสิ้น แต่ความคาดหวังนั้น ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความตั้งใจจริง และความจริงใจ โดยมอบหมายความสำเร็จแห่งภารกิจอันหนึ่งอื้งนี้ ต่อพระผู้เป็นเจ้า เพื่อมุ่งหวังความรัก และความเมตตาสูงสุดอีกด้วย มิใช่หรือ ?



ปานของเด็กมีหลายชนิด ปานดำนั้นเกิดจากความผิดปกติของเซลล์หรือเมลาโนซัยท์ คิดเสียว่าเป็นไฝขนาดใหญ่ก็ได้ ปานดำส่วนใหญ่จะมีสีน้ำตาลไหม้ และมีขนขึ้น การรักษาทำได้โดยผ่าตัดเอาออก แต่การผ่าตัดบริเวณกว้างจะต้องเอาผิวหนังจากส่วนอื่นของร่างกายมาปะ หมอจึงมักไม่แนะนำให้ทำ 

บางครั้งเมื่ออายุเลยวัยรุ่นไปแล้วอาจมีอาการผิดปกติที่ปานเมื่อถูกถูไถบ่อย ๆ จนกลายเป็นมะเร็งได้ เช่น ปานแถวบริเวณเข็มขัด บริเวณคอ ซึ่งถูกคอเสื้อเสียดสีอยู่เสมอและบริเวณอวัยวะเพศ ถ้าเด็กมีปานบริเวณนี้หมออาจแนะนำให้ผ่าตัดเอาออกเพื่อป้องกันมะเร็ง และถ้าปานเกิดมีอาการผิดปกตอย่างกะทันหัน เช่น สีเปลี่ยนไปเป็นสีดำ ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรค
แม่และเด็ก

ลักษณะของ ปาน ที่เกิดในเด็ก

rutchapong  |  at   23:41



ปานของเด็กมีหลายชนิด ปานดำนั้นเกิดจากความผิดปกติของเซลล์หรือเมลาโนซัยท์ คิดเสียว่าเป็นไฝขนาดใหญ่ก็ได้ ปานดำส่วนใหญ่จะมีสีน้ำตาลไหม้ และมีขนขึ้น การรักษาทำได้โดยผ่าตัดเอาออก แต่การผ่าตัดบริเวณกว้างจะต้องเอาผิวหนังจากส่วนอื่นของร่างกายมาปะ หมอจึงมักไม่แนะนำให้ทำ 

บางครั้งเมื่ออายุเลยวัยรุ่นไปแล้วอาจมีอาการผิดปกติที่ปานเมื่อถูกถูไถบ่อย ๆ จนกลายเป็นมะเร็งได้ เช่น ปานแถวบริเวณเข็มขัด บริเวณคอ ซึ่งถูกคอเสื้อเสียดสีอยู่เสมอและบริเวณอวัยวะเพศ ถ้าเด็กมีปานบริเวณนี้หมออาจแนะนำให้ผ่าตัดเอาออกเพื่อป้องกันมะเร็ง และถ้าปานเกิดมีอาการผิดปกตอย่างกะทันหัน เช่น สีเปลี่ยนไปเป็นสีดำ ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรค



สำหรับคุณแม่ที่เห็นหน้าลูกน้อยครั้งแรก แล้วพบว่าริมฝีปากด้านบนฉีกออกจากกัน ที่เราเรียกว่าปากแหว่ง คุณคงตกใจมาก และยิ่งเห็นเพดานปากด้านในโหว่ด้วยแล้ว คุณอาจรู้สึกหมดอาลัยตายอยากทีเดียวในยามนี้คุณพ่อควรทำใจให้เข้มแข็งแล้วช่วยปลอบประโลมคุณแม่ เพราะในกรณีที่ปากแหว่งอย่างเดียว สมัยนี้สามารถทำการผ่าตัดตบแต่งให้ดูเป็นปกติได้ สำหรับกรณีที่เพดานโหว่ด้วยนั้น เด็กอาจกินนมได้ลำบากในระยะแรก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย คุณไม่ควรถึงกับสิ้นหวังไปเสียเลย

สำหรับในกรณีที่เด็กปากแหว่งอย่างเดียว หมอส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า ควรทำการผ่าตัดเมื่อเห็นแล้วว่าเด็กเจริญเติบโตดีในช่วงอายุ 1 เดือนถึง 3 เดือน ในบางครั้งอาจต้องผ่าตัดตอบแต่งเพิ่มเติมเมื่อเด็กอายุได้ 4-5 ขวบ ถ้าต้องผ่าตัดตบแต่งจมูกด้วย ควรทำเมื่อเด็กอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป เพราะในช่วงที่เด็กกำลังโตจมูกจะโด่งขึ้น
ปากแหว่ง เพดานโหว่

อาการปากแหว่ง เพดานโหว่ ในเด็กแรกเกิด

rutchapong  |  at   23:35



สำหรับคุณแม่ที่เห็นหน้าลูกน้อยครั้งแรก แล้วพบว่าริมฝีปากด้านบนฉีกออกจากกัน ที่เราเรียกว่าปากแหว่ง คุณคงตกใจมาก และยิ่งเห็นเพดานปากด้านในโหว่ด้วยแล้ว คุณอาจรู้สึกหมดอาลัยตายอยากทีเดียวในยามนี้คุณพ่อควรทำใจให้เข้มแข็งแล้วช่วยปลอบประโลมคุณแม่ เพราะในกรณีที่ปากแหว่งอย่างเดียว สมัยนี้สามารถทำการผ่าตัดตบแต่งให้ดูเป็นปกติได้ สำหรับกรณีที่เพดานโหว่ด้วยนั้น เด็กอาจกินนมได้ลำบากในระยะแรก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย คุณไม่ควรถึงกับสิ้นหวังไปเสียเลย

สำหรับในกรณีที่เด็กปากแหว่งอย่างเดียว หมอส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า ควรทำการผ่าตัดเมื่อเห็นแล้วว่าเด็กเจริญเติบโตดีในช่วงอายุ 1 เดือนถึง 3 เดือน ในบางครั้งอาจต้องผ่าตัดตอบแต่งเพิ่มเติมเมื่อเด็กอายุได้ 4-5 ขวบ ถ้าต้องผ่าตัดตบแต่งจมูกด้วย ควรทำเมื่อเด็กอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป เพราะในช่วงที่เด็กกำลังโตจมูกจะโด่งขึ้น



เราแบ่งเพศของเด็กที่อวัยวะเพศ แต่มีเด็กบางรายที่ดูอวัยวะเพศแล้วบอกไม่ได้ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย สำหรับหมอที่ชำนาญแล้วจะบอกเพศของเด็กได้ แต่มีบางรายที่หมอเองก็ไม่สามารถบอกได้จากการสังเกตอวัยวะเพศภายนอกเท่านั้น ต้องเอาเซลล์ของเด็กไปเพาะเพื่อตรวจดูโครโมโซมจึงจะรู้
เด็กแรกเกิด

อวัยวะเพศผิดปกติ ที่เกิดขึ้นในเด็ก

rutchapong  |  at   23:30



เราแบ่งเพศของเด็กที่อวัยวะเพศ แต่มีเด็กบางรายที่ดูอวัยวะเพศแล้วบอกไม่ได้ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย สำหรับหมอที่ชำนาญแล้วจะบอกเพศของเด็กได้ แต่มีบางรายที่หมอเองก็ไม่สามารถบอกได้จากการสังเกตอวัยวะเพศภายนอกเท่านั้น ต้องเอาเซลล์ของเด็กไปเพาะเพื่อตรวจดูโครโมโซมจึงจะรู้


อาการอาเจียน และมีเลือดปน

เด็กแรกเกิดระยะ 1-2 วัน อาจอาเจียนเอานมออกมาหมด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ลำไส้อุดตัน ถ่ายอุจจาระไม่ออก พอกินนมเข้าไปก็เลยอาเจียนออกมาหมด แต่ถ้าเด็กถ่ายอุจจาระดีและท้องไม่แข็งผิดปกติแล้วละก็ ลองให้น้ำต้มสุกผสมกลูโคสแทนนมสัก 2-3 ครั้ง เด็กอาจหยุดอาเจียน และเริ่มกินนมได้ดีในวันที่ 3 สำหรับในกรณีนี้ เรายังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมเด็กจึงอาเจียนในระยะแรก

ในกรณีที่เด็กอาเจียนนมออกมามีน้ำนมจากถุงน้ำดีสีเขียวอ่อนปนท้องก็แข็ง หรือมีไข้สูงด้วย คุณต้องให้หมอตรวจ และของที่เด็กอาเจียนออกมาควรเก็บไว้ให้หมอดูด้วย
อาการอาเจียนของเด็ก

อาการอาเจียน และมีเลือดปนของเด็กแรกเกิด

rutchapong  |  at   00:32


อาการอาเจียน และมีเลือดปน

เด็กแรกเกิดระยะ 1-2 วัน อาจอาเจียนเอานมออกมาหมด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ลำไส้อุดตัน ถ่ายอุจจาระไม่ออก พอกินนมเข้าไปก็เลยอาเจียนออกมาหมด แต่ถ้าเด็กถ่ายอุจจาระดีและท้องไม่แข็งผิดปกติแล้วละก็ ลองให้น้ำต้มสุกผสมกลูโคสแทนนมสัก 2-3 ครั้ง เด็กอาจหยุดอาเจียน และเริ่มกินนมได้ดีในวันที่ 3 สำหรับในกรณีนี้ เรายังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมเด็กจึงอาเจียนในระยะแรก

ในกรณีที่เด็กอาเจียนนมออกมามีน้ำนมจากถุงน้ำดีสีเขียวอ่อนปนท้องก็แข็ง หรือมีไข้สูงด้วย คุณต้องให้หมอตรวจ และของที่เด็กอาเจียนออกมาควรเก็บไว้ให้หมอดูด้วย



มีก้อนนูนที่หัว


เด็กบางคนอาจมีก้อนนูนที่กลางหัว ค่อนไปทางซ้ายหรือขวาเล็กน้อย เมื่อกดก้อนดูจะรู้สึกนิ่ม เด็กไม่ร้องเมื่อถูกกด ดูท่าทางไม่รู้สึกเจ็บ รอดู 2-3 วัน ก็หายไป เมื่อถามหมอ หมอก็บอกว่าก้อนนูนนี้คือก้อนเลือดที่ใต้หนังศีรษะ ทิ้งไว้แล้วจะหายไปเอง ก้อนนูนที่หัวนี้เกิดขึ้นตอนคลอดเมื่อหัวผ่านช่องคลอด กะโหลกศีรษะถูกบีบจนซ้อนกันทำให้มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มกระดูก แต่จะไม่มีการตกเลือด และก้อนนูนนี้จะค่อย ๆ หายไปเอง ปกติจะหายภายใน 1-2 เดือน 

แม่และเด็ก

ลักษณะเด็กแรกเกิดมีก้อนนูนที่หัว

rutchapong  |  at   00:22



มีก้อนนูนที่หัว


เด็กบางคนอาจมีก้อนนูนที่กลางหัว ค่อนไปทางซ้ายหรือขวาเล็กน้อย เมื่อกดก้อนดูจะรู้สึกนิ่ม เด็กไม่ร้องเมื่อถูกกด ดูท่าทางไม่รู้สึกเจ็บ รอดู 2-3 วัน ก็หายไป เมื่อถามหมอ หมอก็บอกว่าก้อนนูนนี้คือก้อนเลือดที่ใต้หนังศีรษะ ทิ้งไว้แล้วจะหายไปเอง ก้อนนูนที่หัวนี้เกิดขึ้นตอนคลอดเมื่อหัวผ่านช่องคลอด กะโหลกศีรษะถูกบีบจนซ้อนกันทำให้มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มกระดูก แต่จะไม่มีการตกเลือด และก้อนนูนนี้จะค่อย ๆ หายไปเอง ปกติจะหายภายใน 1-2 เดือน 

บทความที่น่าสนใจ

Powered by Blogger .